Flat

 

         การกินผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงจะเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด และมีผลทำให้ระดับอินซูลินซึ่งเป็นฮอร์โมนไขมัน (Fat Hormone) เพิ่มขึ้น, และทำให้ลดการหลั่งฮอร์โมนที่มีผลดีต่อสุขภาพและเพิ่มความยืนยาวของชีวิต ได้แก่ GH, คอร์ติซอล, เทสโทสเทอโรน, เอสตร้าไดออล, DHEA, Androstenedione ฯลฯ


 

        การกินผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงจะเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด และมีผลทำให้ระดับอินซูลินซึ่งเป็นฮอร์โมนไขมัน (Fat Hormone) เพิ่มขึ้น, และทำให้ลดการหลั่งฮอร์โมนที่มีผลดีต่อสุขภาพและเพิ่มความยืนยาวของชีวิต ได้แก่ GH, คอร์ติซอล, เทสโทสเทอโรน, เอสตร้าไดออล, DHEA, Androstenedione ฯลฯ  อาหารที่ดีต่อสุขภาพ ได้แก่ ผัก, ผลไม้, เมล็ดพืชงอก, ถั่วแช่น้ำ แต่ผลไม้ และผักแต่ละชนิด มีผลดีต่อสุขภาพไม่เหมือนกัน

 

 คาร์โบไฮเดรตเลว (Unhealthy Carbohydrates)

ชนิดของคาร์โบไฮเดรตเลวมี 2 ชนิด

1. อาหารรสหวาน (Sweet food)  

2. ธัญพืชที่ไม่งอก (Unsprouted grains) เช่น ขนมปัง, พาสต้า, ข้าว

ไกลซีมิกอินเด็กซ์ (Glycemic Index ,GI) และไกลซีมิกโหลด (Glycemic Load ,GL)

    GI  คือ การวัดน้ำตาลกลูโคสที่สูงขึ้น หลังจากกินอาหารคาร์โบไฮเดรตแต่ละชนิดเทียบกับน้ำตาลที่สูงหลังจากกิน น้ำตาลบริสุทธิ์ (pure sugar) GI สูงจะทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น 70 – 90  % ของที่เกิดจากการกินน้ำตาลบริสุทธิ์ (pure sugar) GI ต่ำจะทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น 10-30% ของที่เกิดจากการกินน้ำตาลบริสุทธิ์  แต่ GI มีข้อจำกัด เพราะปริมาณของอาหารทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง  ถึงแม้ GI จะต่ำก็ตาม จึงใช้  GL แทน , GL = GI x จำนวนคาร์โบไฮเดรต/100   ดังตัวอย่างต่อไปนี้

              ถ้าใช้ขนมปังโฮลเกรน  300 กรัม (GI  = 50)  ได้ GL=50x300 /100=150

             จะมากกว่าน้ำตาลบริสุทธิ์ 100 กรัม ( GI  = 100) ได้ GL= 100x1/100 =1

              อีกตัวอย่างหนึ่งแตงโม GI = 72 ถ้าชิ้นขนาด 100 กรัม  มีคาร์โบไฮเดรต 5 กรัม GL= 5x72/100 = 3.6

          Insulin Index ใช้ วัดปริมาณอินซูลินที่ตอบสนองต่ออาหารชนิดต่าง ๆ ไม่เฉพาะคาร์โบไฮเดรต ดังนั้นจึงมีประโยชน์มากกว่า GI และ GL ตัวอย่างเช่น เนื้อ ( lean meat) หรือโปรตีน ก็สามารถทำให้มีการตอบสนองต่ออินซูลิน (insulin response) ได้ ถึงแม้จะไม่ใช่อาหารคาร์โบไฮเดรต ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าอินซูลินอินเด็กมีประโยชน์ในการจัดการเรื่องอาหารและ ช่วยแก้ปัญหาเบาหวานและไขมันผิดปกติ (Dyslipidemia)ได้ดีกว่าการใช้ GI หรือ GL เพียงอย่างเดียว

ผลเสียของคาร์โบไฮเดรตเลว (Unhealthy Carbohydrates)

      1.การเกิดปฏิกิริยาน้ำตาลในเลือดต่ำ (Reactive hypoglycemia )

      2.พิษจากธัญพืช (Grain toxicity)

      3.การแพ้อาหารและการไม่ทนสารอาหาร (Food Allergies and Food Intolerance)

      4.การขาดฮอร์โมน

      5.โรคอ้วน (Obesity)

      6.เพิ่มความเสี่ยงของโรคเบาหวาน

      7.ไขมันในเลือดผิดปกติ (Dyslipidemia)

      8.โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Disease , CVD) เพิ่มขึ้น

      9.โรคเส้นเลือดแตกในสมอง (Hemorrhagic Stroke) เพิ่มขึ้น

     10.โรคมะเร็ง (Cancer) โรคมะเร็งจะเพิ่มในกลุ่มที่กินคาร์โบไฮเดรตเลวเพิ่มขึ้น ได้แก่  มะเร็งต่อมลูกหมาก , มะเร็งกระเพาะอาหาร ,มะเร็งลำไส้ใหญ่

     11.ความแก่ก่อนวัยจะเกิด AGE (Advanced glycation end products)

     12. อายุสั้นลง (Shorter life span)